ดินแดนพระอาทิตย์ไม่ตกดิน
วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
ก้าวแรกในอุเทนถวาย ตอนที่ 2
ผมค่อนข้างตกในในเสียงนั้น ตั้งสตินิดนึง ก่อนจะหันไปดู พี่ๆที่มาเดินขายหนังสือเก็งข้อสอบ หรือเฉลยข้อสอบ วิ่งหนีไปคนละทิศละทาง
"ไปลูก จะมาซื้อใบสมัครใช่ไม๊" น้ำเสียงนุ่มนวลลงกว่าเมื่อกี๊แฮะ
"ขึ้นไปเลย จะเรียนอะไรละ โต๊ะซ้าย เป็นสถาปัตย์ โต๊ะขวา เป็นก่อสร้าง"
อืม..ผมไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลย อย่างที่เคยบอก ผมไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนนี้เลย
เอาวะ....ไหนๆก็ไหนๆ แล้ว เลือกมันซักอัน เถอะ มาถึงตรงนี้แล้ว ว่าแล้วก็เดินไปซื้อใบสมัคร เทคนิคสถาปัตยกรรม มา 1ใบ
.
.
.
ตัวใบสมัครเป็นกระดาษหนาสีเหลือง เอาไว้ติดรูป 2 จุด ปรุเอาไว้ให้ฉีก แบ่งเป็น3ชิ้น ตามรูปภาพที่ผมลงเอาไว้ให้ดูตอนที่ 1 แล้ว
ผมหันหลังเดินออกจากตึกนั้น ยังมองเห็นเพื่อนๆหลายๆคนทยอย เดินทางมาซื้อใบสมัครกันอย่างต่อเนื่อง รุ่นพี่ๆหลายๆคน ยังไม่ละความพยายาม ขายเฉลยข้อสอบกันไม่ลดละ
บางคนเดินกอดคอน้องๆ มาแต่ไกลเลย ผมเห็นอาจารย์เดินไปหยิบไม้เรียว มาถือไว้ในมือ ก็ป้องปรามกันได้ซักพัก เล่นไล่จับกับอาจารย์กันไป
ในสมัยก่อน การตีนักเรียนถือว่าเป็นเรื่องปกติ หนีทันก็รอด ผิดก็ต้องโดน ถ้าไปฟ้องพ่อแม่เหมือนสมัยนี้ เห็นทีว่า พ่อแม่ก็จะตีซ้ำให้ด้วยอีก
.
.ผมได้ใบสมัครมาแล้ว ก็เดินทางเพื่อที่จะกลับบ้าน พอพ้นรั้วโรงเรียน พี่ๆก็เดินประกบทันที
"เฮ้ยน้อง สมัครเรียนอะไรวะ ขอดูหน่อยดิ"
"สถาปัตย์ครับพี่" เราตอบกลับด้วยอาการ ปากคอสั่น นึกในใจรุ่นพี่ น่ากลัวจริงๆ การแต่งตัวสมัยนั้น อุเทนถวายจะ เน้าใส่กางเกงยีนทรงกระบอก อาจจะมีเดฟบ้างแต่ไม่ค่อยมีคนใส่กันซักเท่าไหร่
สีน้ำเงินเสื้อเขิ๊ตสีขาวหลวมๆ
แต่ในช่วงปิดเทอม อาจจะมีเสื้อยืดมาบ้าง รองเท้าสมัยนั้น เน้นเป็น ผ้าใบยี่ห้อหลักๆก็คือ คอนเวิร์ดออล์สตาร์
.
.
.
หลังจากที่ได้ใบสมัครกลับมาบ้าน ผมก็ยังเฉยๆอยู่ ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพื่อนๆแถวบ้านก็ถามกัน
"ตกลงไปสอบเข้าที่ไหน"
"อุเทนฯว่ะ "
"เฮ้ย....เจ๋งว่ะ"
"ไม่รู้ดิ กูยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนไหวหรือเปล่า "
.
.พอตกตอนเย็น พ่อกลับมาบ้าน เราก็รีบบอกพ่อก่อนที่แกจะเริ่มกินเหล้า
"พ่อ ซื้อใบสมัครมาแล้วนะ"
"อือ..ไปซื้อเหล้าให้พ่อก่อน ซื้อบุหรีกับดีคอเจน มาด้วย"
สมัยก่อนพ่อจะดื่มแสงโสมเป็นประจำ เพราะมันมีถึง 40ดีกรี ใช่สมัยก่อน แม่โขงมันเป็นเหล้าที่มีแค่ 35 ดีกรี ส่วนบุหรี่พ่อสูบ กรุงทอง 85
เรามาอธิบายเรื่องเหล้ากันก่อน
สมัยก่อนที่คอเหล้านิยมกัน ก็จะมี แม่โขง,แสงโสม,กวางทอง นอกนั้นก็พวกเหล้าขาว อย่างที่บอกไปตอนแรก
แสงโสมจะมีดีกรี เยอะที่สุด หลังจากนั้นกวางทองก็จะเริ่มหายไปจะมีหงษ์ทองเข้ามาแทน (เอาไว้จะหาประวัติเหล้าในสมัยยุค 70-80 ในประเทศไทยมาเล่าให้ฟังกัน)
ส่วนรีเจนซี่ ก็มีมาตั้งแต่สมัยนั้นแต่ไม่ได้รับความนิยมซักเท่าไหร่ เนื่องจากมีราคาแพงมากในสมัยนั้น
.
.
.
เรื่องบุหรี่ เอาที่เกิดทันและได้เห็นแล้วกัน ในยุคแรกๆ จะเป็นยาเส้นใส่กระป๋องกลมๆ จะมีพวกแมวดำ ส่วนยุคต่อๆมาก็จะเริ่มมี
กรุงทองซองสั้น(ไม่มีก้นกรอง),กรุงทอง85(มีก้นกรอง),สามิต(ซองสีเขียว),สายฝน(มีรสชาตเย็น),กรองทิพย์
ซึ่งในสมัยที่ผมเข้ามาเรียน เฉลี่ยซองละ 13 บาท บางร้านใช้วิธีแบ่งขายทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น เช่นครึ่งซอง 10มวนขาย 7 บาท
ส่วนยุค 90 ขึ้นไปจะเริ่มมีการนำเข้าบุหรี่เข้ามา เช่น มาบูโร่,วินซ์ตัน,ลักกี้สไตซ์ ประมาณนี้
....นอกเรื่องไปกันใหญ่ ไปๆมาๆมาเรื่อง เหล้าบุหรีได้ไงวะเนี่ย
.
.
ส่วนยาดีคอเจน พ่อต้องกินเป็นประจำเพราะแม่เคยเล่าให้ฟังว่า ตอนที่พ่อทำงานที่กรมประชาสงเคราะห์ มีคำสั่งให้ไปเป็นนายช่าง คุมงานสร้างนิคมสร้างตนเอง
ในพื้นที่ห่างไกล เกิดพลาดเป็นไข้มาเลเรีย ซึ่งสมัยก่อนชุกชุมมาก ถ้าหากไม่ได้กินยาจะมีอาการหนาวสั่นนอนไม่ได้ แกเลยต้องกินยาตลอด
นั่นไง ซักประวัติพ่อตัวเองซะงั้น
เอาเป็นว่า เล่าเรื่องพ่อให้อ่านกันซักนิดนึง เพราะพ่อก็ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์เก่าอุเทนถวาย
พ่อเกิดที่จังหวัดสุรินทร์ ในครอบครัว แสวงดี พ่อเป็นลูกคนที่ 2 จากทั้งหมด 7 คนแต่เป็นพี่ชายคนโต พอเรียนจบจากที่ต่างจังหวัดก็ถึงเวลาที่จะต้องเรียนต่อ
พ่อเลิกที่จะสอบเข้า โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย(ชื่อในสมัยนั้น) พ่อเล่าว่าตอนออกเดินทางเข้ามาเรียนโดยรถไฟ ย่าห่อข้าวกับไข่ต้มมาให้ มาอาศัยวัดอยู่กับพระโดยมาเป็นเด็กวัด
แลกกับการมีที่นอนในระหว่างเรียน พ่อเข้ามาเรียนในช่วงเวลาใกล้เคียงสงครามโลก (พ่อเรียนจบปี พ.ศ.2493) ถ้าดูทะเนียบรุ่น พ่อจะอยู่รุ่นที่ 18 รหัสนักศึกษา 3000
แล้วก็ไปเรียนต่อที่ เทคนิคกรุงเทพ
มีเพื่อนร่วมรุ่นที่ผมจำได้ คนแรก อาจารย์ โสภณ แสงไพโรจน์ (อดีตอำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวะศึกษา วิทยาเขตอุเทนถวาย)อีกคนก็ อ.ปลอบ
หลังจากที่พ่อเรียนจบแล้วก็ได้ไปทำงานที่กรมประชาสงเคราะห์ ในตำแหน่งนายช่าง แต่ก็ต้องลาออกเพราะ พ่อจะต้องช่วยส่งเสียให้น้องชายได้เรียนด้วย
พ่อจึงต้องออกมาทำบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เอกชน แล้ว อาคนที่ 3 ก็ได้เข้ามาเรียนที่อุเทนถวาย ด้วยอีกคน
ซึ่งอาก็ได้เข้ามาเรียนในรุ่น 24 รหัส 6399 แล้วก็ได้เข้าทำงานที่ การประปานครหลวง
เล่าประวัติ พ่อมาซะยืดยาว
.
.
เข้ามาเรื่องเตรียมสอบกันดีกว่า ผมรู้มาว่า อุเทนถวายเป็นโรงเรียนที่สอบเข้ายากมากๆ แต่อย่างว่าแหล่ะ เด็กผู้ชายอายุยังไม่ครบ 15 ปี จะไปมีเป้าหมายอะไรในชีวิต ถามว่าอ่านหนังสือไม๊
อ่านครับ แต่อ่านตลอดไม๊ ไม่ครับ เอาจริงๆนะ ผมติดเล่นและติดขี้เกียจ เหมือนที่บอกไปตอนที่แล้ว ว่าผมอยากเป็นนักเรียนนายร้อย แล้วถ้าผมยังติดเล่นแบบนี้ อย่าไปหวังอะไรกับนายร้อยเลย
ผมใช้เวลาอ่านหนังสือประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนสอบ
.
.
วันที่เข้าสอบ พ่อมาส่งผมที่หน้าโรงเรียนเลย ก่อนลงรถพ่อไม่พูดอะไรซักคำ ผมลงรถแล้วก็เดินไปหาห้องสอบด้วยตัวเอง ตอนนั้นผมเป็นเด็กขี้อายมาก เพราะผมเป็นเด็กที่โตจากต่างจังหวัด
เข้ากรุงเทพมาตอน ป.4
ผมเดินมั่วๆเข้าไปอาศัยมองดูคนอื่นว่า เค้าทำอะไรกัน เราก็เนียนๆตามเขาไป ในโรงอาหาร แน่นไปด้วยผู้ปกครองที่มาส่งและคอยให้กำลังใจลูกๆ ที่มาสอบในวันนี้ เด็กนักเรียนในเครื่องแบบขาสั้น
วันนี้มันเยอะกว่าวันที่ผมมาซื้อใบสมัครซะอีก มีทั้งคนที่ดูมีฐานะ และคนที่ดูไม่มีอะไรเลย การสอบวันนี้ มันทำให้ผมตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ทั้งกลัวและประหม่า
ไหนๆก็ไหนๆ เอาวะติดไม่ติดก็ค่อยว่ากัน
ผมนั่งทำข้อสอบไปตามที่อ่านหน้งสือมา ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง ความตื่นเต้น ทำให้วันนั้นผมไม่ได้กินข้าวเลย อาจเป็นเพราะคนในโรงอาหารวันนั้นคนเยอะ หรือด้วยความประหม่าก็แล้วแต่
ผมเดินทางกลับบ้าน ด้วยอารมณ์แจ่มใส ไม่วิตกกังวลอะไร ดูเหมือนผู้บรรลุแล้วแต่จริงๆ ก็ไม่ค่อยสบายใจซักเท่าไหร่หรอก
.
.
.
.
แล้ววันประกาศผลสอบก็มาถึงวันนี้ผมเดินทางมาค่อนข้างสาย ผมเดินเข้าหน้าประตู ของอุเทนถวาย พร้อมหยุดยืนสักการะ องค์พระวิษณุกรรม เหมือนกับพี่ๆท่านอื่นได้ทำกันอาจจะด้วยพฤติกรรมการเอาตัวรอดของผม ที่พอเห็นใครทำอะไรก็จะได้ พยายามเนียนๆทำตามเขาไป
คนที่เดินสวนออกมา มีตั้งแวตาสมหวังและผิดหวังปนๆกันไป แต่ผมไม่เห็นคนร้องไห้นะ หรืออาจจะมีแต่เราไปเห็นเอง
ป้ายประกาศถูกนำไปตั้งไว้ในสนามฟุตบอล รายชื่อผู้ที่สอบติดถูกติดไว้ที่กระดาน เชิญชวนให้ผู้ที่อยากรู้ได้ไปไล่หรือชื่อของตัวเองบนกระดานนั้น นิ้วชี้ข้างขวาจิ้มไปบนกระดาษ พร้อมกับกวาดมือไล่ค้นหารายชื่อลงมา แผ่นแล้วแผ่นเล่า
จำนวนรายชื่อที่สอบผ่านมีเยอะเหลือเกินซึ่งในรายชื่อนั้นน่าจะรวมพี่ๆ ชั้น ปวส.ที่ประกาศรายชื่อพร้อมๆกัน นั่นน่ะสิ ผมไม่ได้อ่านหัวกระดาษว่าในใบนั้น บอกว่าเป็นการประกาศผลการสอบของชั้นปีไหน และแล้วผมก็ยิ้มออก รายชื่อประกาศออกมา
.
.
ผมสอบติด ห้องสถาปัตยกรรม รอบบ่าย ผมหันหลังกลับไปไหว้ องค์พ่อโดยไม่รู้ตัวภาวนาในใจ ลูกขอกราบตัวเป็นศิษย์ของอุเทนถวายตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผมเดินยิ้มคนเดียวออกมาเพื่อจะเดินทางกลับบ้าน เดินข้ามถนนไปที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามที่ดูเงียบเชียบ และมารู้ทีหลังว่าป้ายนี้เด็กอุเทนถวายเค้าไม่ค่อยจะขึ้นกันเพราะป้ายนี้ส่วนใหญ่รถเมล์จะไม่ค่อยเข้าจอด ถ้าไม่โบก ส่วนใหญ่จะไปรอรถที่ป้ายมาบุญครอง พอผมจะลงนั้ง มีเสียงทักมา
"เฮ้ย..มึงที่เรียนที่โรงเรียนสวนบัวหรือเปล่าวะ"
"เออ..ใช่ "ผมตอบกลับไป รู้สึกคุ้นหน้าแต่ไม่รู้จักชื่อ "เฮ้ยกูชื่อมาส เคยเรียนสวนบัวจนถึง ป.6แล้วไปต่อหอวัง"
"เออ..ใช่ๆคุ้นหน้าแล้ว เลยเห็น" หลังจากนั้นเราก็คุยแลกเปลี่ยนกันอีกหลายเรื่องราว และที่สำคัญ มันสอบติดแล้วเรียนห้องเดียวกับผม
.
.
อ่า...อย่างน้อยเราก็มีเพื่อนแล้ว 1 คน
หลังจากนั้นผมก็ต้องเข้ามาตรวจโรค ลงทะเบียนซึ่ง ปวช.ปี1จะลงทะเบียนแรกเข้าอัตโนมัติ และรอวันออกไปปฐมนิเทศ
.
.
โปรดติดตาม เรื่องราวของการไปปฐมนิเทศ ในตอนหน้า
วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557
ก้าวแรกในอุเทนถวาย
"จบ ม.3 ไปเรียน อุเทนฯ นะลูก"
เสียงแม่บอก ในขณะที่ผม ยังนอนดูการ์ตูน ในเช้าวันเสาร์อยู่เลย
จริงๆนะในสมัยก่อนๆ เด็กม.3 อายุประมาณ 14-15 ปี ยังนอนดูการ์ตูนช่อง 9 กันอยู่
ไม่มีโทรศัพท์มือถือ แม้แต่โทรศัพท์บ้านยังยากเลย ยิ่งคอมพิวเตอร์ยิ่งไม่ต้องพู ดถึง ไม่เคยรู้จัก
ผมก็ฟังแบบผ่านๆ เข้าหูซ้าย ไหลออกหูขวา จำได้ว่าแม่พูดแบบนี้หลายครั้งแล้ว
ผมไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับ สถาบันแห่งนี้มาก่อนเลย รู้แต่ว่า พ่อและอาของผมจบมาจากสถาบันแห่ งนี้
รู้แต่ว่าจบจากที่นี่ ต้องไปเป็น ช่าง ผมรู้มาแค่นี้
พ่อก็ไม่เคยบอกอะไร เป็นตามธรรมดาของการเลี้ยงลูกสมัยก่ อน คนเป็นพ่อต้องวางตัวให้ดูน่ าเกรงขาม เพื่อการปกครองภายในบ้าน
แต่ไช่ว่าพ่อจะไม่คุยกับเรานะ แต่เราไม่สนิทกับพ่อเอง พออ้าปากจะถาม..พ่อก็เมาซะแล้ว นึกในใจ คนเป็นช่างต้องกินเหล้าทุ กคนเลยเหรอ คนจบอุเทนฯ ต้องขี้เมาด้วยเหรอ(เรื่อง กินเหล้า เมายาในตอนเรียน อุเทนถวาย ไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังทีหลัง )
พ่อกินเหล้าหนักมาก กินเพียวๆเลย ก่อนกินข้าวต้องมี หนึ่งแบน ก่อนแต่สุดท้าย ผมไม่เห็นพ่อจะได้กินข้าวซักเท่ าไหร่ เมาซะก่อน แล้วก็ขึ้นไปนอนโดยไม่ได้คุยกั นซักที
อืม...เด็กอุเทนฯ เมาซะแล้ว ผมก็ไม่รู้จะไปถามใคร ว่าผมจะเรียนอะไรใน อุเทนฯ ผมก็เทียวไปถามคนโน้น คนนี้ ว่า อุเทนฯ เป็นไงบ้าง
ตอนนั้น ถ้าถามผู้ใหญ่หน่อย เค้าก็บอกว่า ดี โรงเรียนนี้เก่งมาก สอบเข้าก็ยาก คนจบมาเป็นใหญ่เป็นโต เยอะแยะ
แต่ถ้าไปถามเด็กหรือวัยรุ่นๆหน่ อย เค้าก็บอก อุเทนฯโหด น่ากลัว โจทย์เยอะ ตีกับเค้าไปทั่ว แต่เจ๋งสุดๆ
เอาแล้วสิ...ผมไม่มีข้อมู ลอะไรเลย
ครูที่โรงเรียนตอนมัธยมก็ยัง งง ว่าทำไมผมถึงคิดที่จะไปเรียนที่ นี่ เพราะตั้งแต่ ม.1 ผมบอกทุกคนหมดเลยว่า ผมจะไปเรียน นายร้อย หรืออะไรก็ได้ในสายทหาร...แต่ก็ ทำไงได้ เพราะทุกคนในบ้านพูดกรอกหูผมอยู ทุกวัน
"เรียนก็ไม่เก่ง....จะไปเป็นทหารได้เหรอ..."
"ให้เรียน อุเทนฯ น๋ะดีแล้ว แต่อย่าเอาอย่างพ่อเองนะ"
"โห...น้อง ดีมากเลย จบอุเทนฯ แล้วมีงานทำเลยนะ"
อืม......เอาแล้วสิ แล้วจะยังไงต่อดีล่ะเรา......เอาก็เอาวะ

..
...
......
**********************************************************************************************************************
เอ้า.....จะนอนอะไรกันนักหนา พ่อบอกว่าวันนี้ให้ไปซื้อใบสมัครนะ..." เสียงแม่ร้องบอกมาจากข้างล่าง
ผมงัวเงีย..ลุกจากที่นอน แล้วเดินลงมาข้างล่าง "ใบสมัครอะไรแม่"
"ใบสมัคร อุเทนฯ ไง พ่อเค้าสั่งใว้ ถ้าตื่นแล้ว ให้ไปซื้อใบสมัครซะ" แม่พูดไปเก็บของไป
"อ้าวแม่....อุเทนฯอยู่ตรงไหนเหรอ" ผมเริ่มหาข้ออ้างที่จะไม่ไป เพราะวันนี้ตั้งใจว่าจะไปเล่นบอลกับเพื่อนๆ
"ให้พ่อซื้อมาให้ไม่ได้เหรอแม่ ไปไม่ถูก"
"ไปเอง นั่งรถเมล์ไป สาย 112 กับ 34 โน่น ตังส์อยู่บนโต๊ะ ไปอาบน้ำแล้วไปได้แล้ว ไปเช้าๆ จะได้เสร็จเร็วๆ "
ผมรีบลุกออกจากที่แม่นั่งอยู่ เพราะถ้าไม่รีบลุก แม่คงพูดอีกหลายๆเรื่อง จัดแจงอาบน้ำแต่งตัว ในชุดนักเรียน มัธยมต้น ของโรงเรียนเดิม ออกจากบ้านมา ใส่ เสื้อขาว กางเกงน้ำตาล ปัก ร.ส.บ.ตัวสีแดง
ขึ้นรถเมล์ สาย 112 ตามที่แม่บอก รถผ่านแยกปทุมวัน ผมหันไปมองทางขวา
ห้างมาบุญครอง เพิ่งเปิดทำการในปีนั้น ใครจะรู้ว่าห้างนี้ผูกพัน กับผมและเพื่อนๆยังไง วีรกรรม ที่ เพื่อนๆพี่ๆ อุเทนถวาย สร้างกันไว้กันอย่างมากมาย เอาไว้ผมจะเล่าให้ฟังทีหลัง
....ผมลงรถเมล์เลยป้ายมาบุญครอง มาป้ายนึง เป็นป้ายเล็กๆ อยู่ติดกับป้อมตำรวจ มีลุงจ่าแก่ๆอยู่ในป้ อมคอยกดไฟตรงสามแยกไฟแดง ด้านหลังป้ายรถเมล์ มีโครงเหล็กกลมรั้วตาข่าย ตรงหัวเสามีเศียรพระวิษณุฯ รั้วทาสีเงิน ถัดจากรั้ว มีแนวต้นสน ยาวตามแนวรั้ว(นี่แหล่ะคือที่ มาของคำว่า เด็กหลังสน)
ผมเดินเลาะรั้วมาช้าๆ มีวัยรุ่นใส่กางเกงยีน เดินมาหาผม
"น้องๆมาซื้อใบสมัครหรือเปล่า "
"ผมยังไม่รู้จะเรียนอะไรเลยครั บพี่"
เสียงแม่บอก ในขณะที่ผม ยังนอนดูการ์ตูน ในเช้าวันเสาร์อยู่เลย
จริงๆนะในสมัยก่อนๆ เด็กม.3 อายุประมาณ 14-15 ปี ยังนอนดูการ์ตูนช่อง 9 กันอยู่
ไม่มีโทรศัพท์มือถือ แม้แต่โทรศัพท์บ้านยังยากเลย ยิ่งคอมพิวเตอร์ยิ่งไม่ต้องพู
ผมก็ฟังแบบผ่านๆ เข้าหูซ้าย ไหลออกหูขวา จำได้ว่าแม่พูดแบบนี้หลายครั้งแล้ว
ผมไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับ สถาบันแห่งนี้มาก่อนเลย รู้แต่ว่า พ่อและอาของผมจบมาจากสถาบันแห่
รู้แต่ว่าจบจากที่นี่ ต้องไปเป็น ช่าง ผมรู้มาแค่นี้
พ่อก็ไม่เคยบอกอะไร เป็นตามธรรมดาของการเลี้ยงลูกสมัยก่
แต่ไช่ว่าพ่อจะไม่คุยกับเรานะ แต่เราไม่สนิทกับพ่อเอง พออ้าปากจะถาม..พ่อก็เมาซะแล้ว นึกในใจ คนเป็นช่างต้องกินเหล้าทุ
พ่อกินเหล้าหนักมาก กินเพียวๆเลย ก่อนกินข้าวต้องมี หนึ่งแบน ก่อนแต่สุดท้าย ผมไม่เห็นพ่อจะได้กินข้าวซักเท่
อืม...เด็กอุเทนฯ เมาซะแล้ว ผมก็ไม่รู้จะไปถามใคร ว่าผมจะเรียนอะไรใน อุเทนฯ ผมก็เทียวไปถามคนโน้น คนนี้ ว่า อุเทนฯ เป็นไงบ้าง
ตอนนั้น ถ้าถามผู้ใหญ่หน่อย เค้าก็บอกว่า ดี โรงเรียนนี้เก่งมาก สอบเข้าก็ยาก คนจบมาเป็นใหญ่เป็นโต เยอะแยะ
แต่ถ้าไปถามเด็กหรือวัยรุ่นๆหน่
เอาแล้วสิ...ผมไม่มีข้อมู
ครูที่โรงเรียนตอนมัธยมก็ยัง งง ว่าทำไมผมถึงคิดที่จะไปเรียนที่
"เรียนก็ไม่เก่ง....จะไปเป็นทหารได้เหรอ..."
"ให้เรียน อุเทนฯ น๋ะดีแล้ว แต่อย่าเอาอย่างพ่อเองนะ"
"โห...น้อง ดีมากเลย จบอุเทนฯ แล้วมีงานทำเลยนะ"
อืม......เอาแล้วสิ แล้วจะยังไงต่อดีล่ะเรา......เอาก็เอาวะ

..
...
......
**********************************************************************************************************************
เอ้า.....จะนอนอะไรกันนักหนา พ่อบอกว่าวันนี้ให้ไปซื้อใบสมัครนะ..." เสียงแม่ร้องบอกมาจากข้างล่าง
ผมงัวเงีย..ลุกจากที่นอน แล้วเดินลงมาข้างล่าง "ใบสมัครอะไรแม่"
"ใบสมัคร อุเทนฯ ไง พ่อเค้าสั่งใว้ ถ้าตื่นแล้ว ให้ไปซื้อใบสมัครซะ" แม่พูดไปเก็บของไป
"อ้าวแม่....อุเทนฯอยู่ตรงไหนเหรอ" ผมเริ่มหาข้ออ้างที่จะไม่ไป เพราะวันนี้ตั้งใจว่าจะไปเล่นบอลกับเพื่อนๆ
"ให้พ่อซื้อมาให้ไม่ได้เหรอแม่ ไปไม่ถูก"
"ไปเอง นั่งรถเมล์ไป สาย 112 กับ 34 โน่น ตังส์อยู่บนโต๊ะ ไปอาบน้ำแล้วไปได้แล้ว ไปเช้าๆ จะได้เสร็จเร็วๆ "
ผมรีบลุกออกจากที่แม่นั่งอยู่ เพราะถ้าไม่รีบลุก แม่คงพูดอีกหลายๆเรื่อง จัดแจงอาบน้ำแต่งตัว ในชุดนักเรียน มัธยมต้น ของโรงเรียนเดิม ออกจากบ้านมา ใส่ เสื้อขาว กางเกงน้ำตาล ปัก ร.ส.บ.ตัวสีแดง
ขึ้นรถเมล์ สาย 112 ตามที่แม่บอก รถผ่านแยกปทุมวัน ผมหันไปมองทางขวา
ห้างมาบุญครอง เพิ่งเปิดทำการในปีนั้น ใครจะรู้ว่าห้างนี้ผูกพัน กับผมและเพื่อนๆยังไง วีรกรรม ที่ เพื่อนๆพี่ๆ อุเทนถวาย สร้างกันไว้กันอย่างมากมาย เอาไว้ผมจะเล่าให้ฟังทีหลัง
....ผมลงรถเมล์เลยป้ายมาบุญครอง มาป้ายนึง เป็นป้ายเล็กๆ อยู่ติดกับป้อมตำรวจ มีลุงจ่าแก่ๆอยู่ในป้
ผมเดินเลาะรั้วมาช้าๆ มีวัยรุ่นใส่กางเกงยีน เดินมาหาผม
"น้องๆมาซื้อใบสมัครหรือเปล่า "
ผมก็ได้แต่ยิ้มๆ แล้วกำลังจะตอบไป แกก็พูดสวนมาอีก
"เฮ้ย เรียนก่อสร้าง นะน้อง ตั้งใจสอบนะ ที่นี่สอบเข้ายากมาก"
"ผมยังไม่รู้จะเรียนอะไรเลยครั
ซึ่งก็จริงอย่างที่ผมพูด ผมยังไม่รู้เลยว่าที่นี่ เค้ามีสอนอะไรกันบ้าง เพราะผมไม่เคยรู้ข้อมูลอะไรเกี่ ยวกับที่นี่เลย
พี่คนนั้นก็พาผมเดินมาถึงทางเข้ า ผมมองเห็นตึกอำนวยการ อยู่ข้างหน้าพี่คนนั้นยกมือขึ้ นพนมที่หน้าประตู เหมือนสักการะบางอย่ างภายในโรงเรียน
ตึกอำนวยการ เป็นอาคารสองชั้นยกพื้น ด้านหน้ามีช่องประตู สามช่องเปิดให้มองทะลุไปด้านใน
ให้สามารถมองเห็นจากภายนอกเข้ าไปได้ สิ่งที่ผมมองเห็นคือสนามฟุ ตบอลแล้วมีรูปปั้นในท่ายืนเด่ นมีเครื่องสักการะรวมถึงพวงมาลั ย ผมเลยนึกถึงพี่เมื่อสักครู่ ที่ยืนพนมมือนิ่งตรงหน้าประตู แกคงจะไหว้องค์นี้แหล่ะ ผมคงยังไม่รู้เรื่องราวอะไรต่ อไป
"ไปๆ มาทำอะไรแถวนี้ ไม่ไช่เรื่องของพวกเธอ" ผมหันตามเสียงนั้น
อาจารย์ท่านหนึ่ง กำลังดุเด็กนักเรียน อุเทนฯ ที่มายืนดักเด็กที่จะเข้ามาซื้ อใบสมัคร
โปรดติดตามตอนต่อไป
"ไปๆ มาทำอะไรแถวนี้ ไม่ไช่เรื่องของพวกเธอ" ผมหันตามเสียงนั้น
อาจารย์ท่านหนึ่ง กำลังดุเด็กนักเรียน อุเทนฯ ที่มายืนดักเด็กที่จะเข้ามาซื้
โปรดติดตามตอนต่อไป
ที่ไปที่มา
ก่อนอื่นต้องขอสวัสดี ทุกๆคนที่เข้ามาเยี่ยมชม บล็อกนี้ ส่วนตัวผมยังรู้สึกใหม่มากๆ กับการขีดๆเขียนๆ ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เพียงแต่มีความคิด อยากจะบันทึกเรื่องราว ในอดีต เมื่อครั้งที่ผมก้าวเข้าไปศึกษา ในสถาบันที่มีชื่อ ว่า โรงเรียนช่างก่อสร้าง อุเทนถวาย โดยเข้าศึกษาในระดับ ปวช.ในปีพ.ศ. 2529 ในภาควิชา ช่างเทคนิคสถาปัตยกรรม รอบบ่าย ผมพยายามที่จะรวบรวมข้อมูลของเพื่อนๆ ที่ร่วมศึกษาในสถาบันแห่งนี้ เอามาผูกเป็นเรื่องเป็นราว รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความรัก ความสามัคคี การเคารพระบบรุ่น และอีกหลายๆอย่าง
สถาบันแห่งนี้ สร้างอาชีพ สร้างอะไรหลายๆอย่างให้กับชีวิต
วันแรกๆ คงเอาเท่านี้ก่อน ไว้ว่างๆ ผมจะเรียบเรียงประวัติตั้งแต่ เดินเข้าโรงเรียนกันเลยครับ คอยตามอ่านกันนะครับ
สถาบันแห่งนี้ สร้างอาชีพ สร้างอะไรหลายๆอย่างให้กับชีวิต
วันแรกๆ คงเอาเท่านี้ก่อน ไว้ว่างๆ ผมจะเรียบเรียงประวัติตั้งแต่ เดินเข้าโรงเรียนกันเลยครับ คอยตามอ่านกันนะครับ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

